Education Corner

  • Posted by:

    ThaiBMA
  • Posted on:

    Jul 28, 2015
ตราสารหนี้ภาคเอกชนไทยกับการเติบโตอย่างมั่นคง ตอนที่ 1

ในอดีตนั้น ทางเลือกแรกๆ ในการระดมทุนของบริษัทเอกชนต่างๆ ที่มักจะนึกถึง คือ การกู้ยืมเงินจากธนาคารพาณิชย์ แต่ในปัจจุบันนี้ ทางเลือกในการระดมทุนเริ่มมีความหลากหลาย โดยอีกทางเลือกสำคัญที่น่าสนใจและกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น ก็คือ “การออกตราสารหนี้”

ตราสารหนี้ดีกว่าการกู้ธนาคารยังไง?

โดยทั่วไปการออกตราสารหนี้นั้นจะมีต้นทุนทางการเงินต่ำกว่าการกู้ธนาคาร หรือหากพูดง่ายๆ ก็คือ ดอกเบี้ยต่ำกว่า นั่นเอง เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เราจะแบ่งคนออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ออมเงิน (มีเงินเหลือ) ธนาคาร (ตัวกลาง) และผู้ที่ต้องการกู้เงินเพื่อไปขยายธุรกิจ (ต้องการเงินเพิ่ม) ผู้ออมเงินต้องการหาผลตอบแทนให้เงินออมงอกเงยจึงนำไปฝากธนาคารเพื่อรับดอกเบี้ย ขณะที่คนที่ต้องการกู้เงินก็จะไปกู้เงินจากธนาคารแล้วยอมเสียดอกเบี้ย ดอกเบี้ยที่ผู้กู้จ่ายให้กับธนาคาร (สมมติให้เท่ากับ MLR คือประมาณ 6.5%) ทางธนาคารก็จะหักเปอร์เซ็นไว้ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นกำไรให้กับธนาคารเอง ที่เหลือก็จะส่งให้กับผู้ฝากเงิน ดังภาพ

แต่ตราสารหนี้นั้นต่างออกไป เพราะ แทนที่จะมีธนาคารเป็นตัวกลาง ตราสารหนี้จะช่วยให้ผู้ที่มีเงิน (ผู้ออมเงิน) กับผู้ที่ต้องการเงิน (ผู้ที่ต้องการกู้) มาพบกันโดยตรง ทำให้ได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้นทั้งผู้ที่มีเงินเหลือที่ได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นและผู้ที่ต้องการเงินได้ลดดอกเบี้ยจ่าย และนั่นคือประโยชน์ของตราสารหนี้ คำถามต่อมาคือในเมื่อมันดีขนาดนี้ แล้วประเทศไทยของเรานิยมใช้ตราสารหนี้กันมากขึ้นหรือเปล่า? คำตอบคือ.. เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดครับ

ตราสารหนี้โตแค่ไหน..

จากสถิติปี 2006-2014 ตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% อย่างต่อเนื่องทุกปี โดยดูจากมูลค่าคงค้าง (Outstanding Value) อีกทั้งอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ก็เพิ่มขึ้นด้วย แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีวิกฤตการณ์หลายอย่างเกิดขึ้น อาทิ น้ำท่วม ความวุ่นวายทางการเมือง แม้กระทั่งวิกฤติทางการเงินโลกหรือเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซา แต่ตราสารหนี้ก็ยังคงมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

All Blogs