Education Corner

  • Posted by:

    ThaiBMA
  • Posted on:

    Jan. 21, 2018
Perpetual Bond พิเศษยังไง ทำไมจ่ายดอกเบี้ยสูงจัง

Perpetual Bond เป็นตราสารหนี้ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นตราสารหนี้ที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไปมากซึ่งดอกเบี้ยที่สูงนี้ก็มาพร้อมกับคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ทำให้ตราสารหนี้ชนิดนี้มีความเสี่ยงสูงขึ้นนั่นเอง วันนี้เราจะมาแจกแจงคุณลักษณะของ Perpetual Bond กันทีละข้อ ลักษณะโดยทั่วไปของ Perpetual Bond ที่มักจะพบได้แก่

1.ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท: ตราสารหนี้ทั่วไปจะกำหนดเวลาไถ่ถอนที่ชัดเจน แต่ Perpetual Bond จะไม่กำหนดวันไถ่ถอนไว้ ตราสารหนี้ประเภทนี้จะไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ดังนั้นอาจมีอายุยาวนานถึงร้อยปีก็ได้ นักลงทุนจึงมีความเสี่ยงที่อาจจะได้รับเงินต้นคืนช้ามากๆซึ่งเป็นคุณลักษณะที่มีความใกล้เคียงกับทุน

2. สิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด: การลงทุนใน Perpetual Bond ที่ไม่มีกำหนดวันไถ่ถอนจึงอาจไม่เป็นที่สนใจของนักลงทุนนัก ดังนั้น Perpetual Bond ส่วนใหญ่จึงกำหนดให้ผู้ออกมีสิทธิไถ่ถอนคืนก่อนกำหนด (Call option) เช่น วันครบกำหนด 5 ปี นับจากวันออกหุ้นกู้หรือวันชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้แต่ละครั้งภายหลังจากปีที่ 5 ซึ่งผู้ออกก็มีแรงจูงใจในการไถ่ถอนก่อนกำหนด เนื่องจากข้อกำหนดทางบัญชีจะถือว่าเงินทุนที่ได้จากการออก Perpetual Bondสามารถนับเป็นทุนได้ (ไม่ใช่หนี้สิน) ในช่วง 5 ปีแรก แต่หลังจากนั้นจะถูกนับเป็นหนี้ บริษัทส่วนใหญ่จึงมักจะไถ่ถอน Perpetual Bond เมื่ออายุครบ 5 ปีเพื่อมิให้อัตราส่วน Debt to equity (DE ratio) เด้งสูงขึ้น นอกจากนั้นหากอัตราดอกเบี้ยลดต่ำลงหรือบริษัทได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือดีขึ้น จะทำให้บริษัทสามารถระดมทุนได้ในต้นทุนที่ต่ำลงบริษัทจึงมีแรงจูงใจในการใช้สิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดและออกตราสารหนี้รุ่นใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่ามาทดแทนอย่างไรก็ตามในทางกฎหมายบริษัทไม่มีข้อผูกพันที่จะต้องไถ่ถอนก่อนกำหนด นักลงทุนจึงควรตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะได้รับเงินต้นคืนช้า

3.สามารถเลื่อนการชำระดอกเบี้ยได้โดยไม่มีเงื่อนไข: ปกติตราสารหนี้ทั่วไปจะต้องจ่ายดอกเบี้ยตรงเวลาที่กำหนดไว้เสมอ แต่สำหรับ Perpetual Bond จะมีเงื่อนไขให้สามารถเลื่อนการจ่ายดอกเบี้ยออกไปได้เรื่อยๆ ภายใต้เงื่อนไขนี้บริษัทมีสิทธิเลื่อนการจ่ายดอกเบี้ยได้แม้ว่าบริษัทจะมีกำไรก็ตาม ซึ่งการเลื่อนการชำระดอกเบี้ยนี้จะทำให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนเฉลี่ยของการลงทุนต่ำลงยิ่ง ถ้าเลื่อนการจ่ายดอกเบี้ยออกไปนานเท่าไรผลตอบแทนเฉลี่ยก็จะยิ่งลดลงมากเท่านั้น แต่ทั้งนี้หากบริษัทจะเลื่อนชำระดอกเบี้ย บริษัทจะจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นไม่ได้ และการเลื่อนชำระดอกเบี้ยอาจทำให้บริษัทเสียชื่อเสียงได้ ดังนั้นถ้าบริษัทไม่มีปัญหาจริงๆก็น่าจะจ่ายดอกเบี้ยตรงตามเวลาที่กำหนดไว้

4. เป็นตราสารหนี้ด้อยสิทธิ: หมายความว่าหากบริษัทล้มละลาย ผู้ถือตราสารหนี้ด้อยสิทธิจะมีสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายในการชำระหนี้คืนเป็นลำดับที่ 3 หลังจาก ผู้ถือตราสารหนี้มีประกัน (Secured Bonds) และผู้ถือตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิ (Senior Bonds) ดังนั้นผู้ถือตราสารหนี้ด้อยสิทธิอาจได้รับการชำระคืนเต็มจำนวน หรือบางส่วน หากบริษัทไม่มีทรัพย์สินเหลือเลย ผู้ถือตราสารหนี้ด้อยสิทธิก็จะไม่ได้รับคืนเลยผู้ถือ Perpetual Bonds จึงมีความเสี่ยงที่อาจไม่ได้รับเงินคืนสูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไป

จากลักษณะสำคัญทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า Perpetual Bonds มีความเสี่ยงมากกว่าตราสารหนี้ทั่วไปในหลายๆด้าน นักลงทุนจึงควรเข้าใจถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้นเหล่านี้เพื่อจะได้พิจารณาผลตอบแทนให้คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ได้รับ

All Blogs