• Posted by:

    ThaiBMA
  • Posted on:

    Jan. 7, 2020
Prize Bond ตราสารหนี้สำหรับคนชอบเสี่ยงโชค

ใครที่ชอบเสี่ยงโชคคงเคยซื้อหวยหรือลอตเตอรี่ เพราะหวังจะถูกรางวัล บางคนก็อาจนิยมซื้อสลากออมสินที่มีโอกาสได้ลุ้นรางวัลแล้วยังได้รับดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนด แล้วรู้ไหมครับว่าการลงทุนในตราสารหนี้บางประเภทก็มีโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่เหมือนกันนะครับ!!!

ในหลายๆ ประเทศมีตราสารหนี้ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนชอบเสี่ยงโชค เรียกว่า Prize Bond ก็คือ ตราสารหนี้ที่จะมีการสุ่มแจกรางวัลให้กับผู้ถือตราสารหนี้เป็นประจำตามรอบเวลาที่กำหนด เช่น ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน หรือทุกไตรมาส โดยมักจะออกโดยหน่วยงานรัฐเพื่อส่งเสริมการออมของประชาชนและนำเงินที่ได้ไปลงทุนในโครงการต่างๆของรัฐPrize Bond ในสหราชอาณาจักรจะเรียกว่า Premium Bond และ ในประเทศนิวซีแลนด์เรียกว่า Bonus Bond

Prize Bond จะขายที่ราคา par และไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย โดยนักลงทุนจะมีสิทธิลุ้นรางวัลตามรอบเวลาที่กำหนดไว้นักลงทุนยิ่งซื้อ Prize bond หลายหน่วยก็จะยิ่งมีโอกาสถูกรางวัลมากขึ้น ดังนั้นเพื่อกระจายโอกาสการถูกรางวัลให้แก่นักลงทุนจึงมีการกำหนดมูลค่าเงินลงทุนใน Prize Bond ที่นักลงทุนสามารถซื้อได้ นอกจากนี้ Prize bond มีหลายรุ่นอายุให้เลือกไปจนถึงไม่มีกำหนดอายุ ทั้งแบบที่ขายคืนได้ และแบบขายคืนไม่ได้ นักลงทุนสามารถลุ้นรางวัลไปได้เรื่อยๆ ซึ่งต่างจากลอตเตอรี่ที่ต้องซื้อทุกๆ 16 วันเพื่อลุ้นรับรางวัล เงินรางวัลที่สุ่มแจกมีหลายรูปแบบ เช่น รางวัลเดียวเป็นเงินก้อนใหญ่ หรือหลายรางวัลลดหลั่นกันไปเหมือนลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 และรางวัลที่ 2 จนถึงรางวัลสุดท้ายที่ไม่กี่ร้อยบาท

ตัวอย่าง Prize Bond ของ UK ซึ่งมีชื่อเรียกว่า Premium Bond ออกครั้งแรกเมื่อปี 1956 โดยธนาคารออมทรัพย์ของรัฐ (National Savings and Investments :NS&I) ปัจจุบันมีผู้ถือทั้งหมด 23 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าคงค้าง 58 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 2 ล้านล้านบาท โดย Premium Bonds นี้นักลงทุนสามารถขายคืนได้ตลอดเวลาและจะได้เงินคืนเท่ากับราคา par ที่จ่ายไป กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำที่ 25 ปอนด์และลงทุนได้ไม่เกิน 50,000 ปอนด์ต่อคน ซึ่ง 1 ปอนด์จะมีค่าเท่ากับ Premium Bond 1 unit ในแต่ละเดือนระบบจะทำการสุ่มตัวเลข หากนักลงทุนถือ unit ที่มีหมายเลขกำกับตรงตามการสุ่มก็ได้รับรางวัลแต่ต้องถือเป็นเวลา 1 เดือนก่อนจึงจะมีสิทธิลุ้นรางวัล โดยมีโอกาสถูกรางวัลเท่ากับ 1 ต่อ 24,500 รางวัลมีทั้งหมด 3-4 ล้านรางวัล รางวัลที่ 1 มีมูลค่า 1 ล้านปอนด์ และรางวัลสุดท้ายมีมูลค่า 25 ปอนด์ ที่สำคัญทุกๆ รางวัลจะได้รับการยกเว้นภาษี

Prize Bond ในต่างประเทศได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากค่อนข้างต่ำ เพราะคนคิดว่าฝากเงินก็ได้ดอกเบี้ยต่ำอยู่แล้วเลยซื้อ Prize Bond ดีกว่าเผื่อจะได้รางวัลใหญ่ นอกจากนี้ ในประเทศไอร์แลนด์และอังกฤษอนุญาตให้นักลงทุนสามารถซื้อ Prize Bond ให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 16 ปีได้ ประชาชนจึงนิยมซื้อ Prize Bond เป็นของรับขวัญเด็กแรกเกิด ซึ่งนับว่าเป็นของขวัญที่มีมูลค่ามาก ถือเอาไว้ก็มีสิทธิลุ้นรางวัลไปเรื่อยๆ หรือขายเป็นเงินก็จะได้รับเงินคืนตามราคาหน้าตั๋ว แต่ Prize Bond ก็มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งคือ หากไม่ถูกรางวัลติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็จะทำให้เงินลงทุนไม่เติบโตและอาจเสียอำนาจการซื้อได้ตามอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น

ล่าสุดประเทศในภูมิภาคอาเซียนก็เริ่มสนใจที่จะออก Prize Bond กันบ้างแล้ว ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่ากระทรวงการคลังของฟิลิปปินส์กำลังศึกษาการออก Prize Bond เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินและนำเงินที่ได้จากการออกมาใช้ในโครงการภาครัฐ สำหรับในประเทศไทย ยังไม่มีการออก Prize Bond แต่สิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดน่าจะเป็นสลากออมสิน หรือสลาก ธกส. ซึ่งก็ถือเป็นช่องทางหนึ่งสำหรับการออมเงิน อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรแบ่งเงินออมมาลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นโดยความเสี่ยงอยู่ในระดับที่เหมาะสม

All Blogs