• Posted by:

    ThaiBMA
  • Posted on:

    Dec. 03, 2019
เตรียมช้อป หุ้นกู้ ได้ทุกเดือนในปี 2563

ในปีที่ผ่านมา มีหุ้นกู้ออกมากกว่า 1 ล้านล้านบาททำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ให้นักลงทุนได้เลือก

ช้อปกันจนตาลาย แล้วในปี 2563 ที่จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดไถ่ถอนถึง 6.22 แสนล้านบาท คาดว่าจะมีการออกหุ้นกู้รุ่นใหม่เพื่อทดแทนรุ่นเดิมเท่าไหร่ มากแค่ไหนให้ได้เลือกลงทุน มาดูกันค่ะ

เริ่มกันตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคม มีหุ้นกู้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่จะครบกำหนดอายุหลายรุ่นและคาดว่าผู้ออกจะออกหุ้นกู้รุ่นใหม่ทดแทนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนด ได้แก่ AP และ PF มูลค่า 1,500 และ 3,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมี TPIPL หนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ของวงการวัสดุก่อสร้างก็น่าจะเสนอขายหุ้นกู้รุ่นใหม่กว่า 3,000 ล้านบาท รวมไปถึง TU หรือ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ที่จะมีหุ้นกู้ถึงกำหนดไถ่ถอนจำนวน 3,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตามนักลงทุนอาจต้องเผื่อใจเพราะ TU เพิ่งเสนอขาย Perpetual bond มูลค่า 6,000 ล้านบาทไปเมื่อพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ BDMS ผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำจะมีหุ้นกู้ครบอายุ 1 รุ่นมูลค่า 3,000 ล้านบาท งานนี้คงต้องลุ้นกันหน่อยเพราะ BDMS ไม่ออกหุ้นกู้มา 2 ปีแล้วและที่ผ่านมามักออกตัวยาวๆ อายุ 10 ปี ส่วนในเดือนมีนาคมมีหุ้นกู้ของผู้ออกรายใหญ่หลายรายที่คาดว่าจะเสนอขาย เช่น เบอร์ลี่ยุคเคอร์หรือ BJC ที่มีแผนจะขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนก็น่าจะออกหุ้นกู้ใหม่มูลค่า 12,000 ล้านบาท และ TBEV ที่เมื่อปลายปี 2562 ไม่มาตามนัดก็คาดว่าจะมีข่าวดีในเดือนนี้ รวมถึงหุ้นกู้กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินอย่าง BAY และ KCC หรือบริษัทบัตรกรุงศรีอยุธยา อีกราว 10,000 ล้านบาทและ 8,000 ล้านบาท

ข้าสู่ไตรมาสที่ 2 มาตามนัดทุกปีในเดือนเมษายนกับหุ้นกู้ของ SCC มูลค่า 25,000 ล้านบาท แต่อย่างที่นักลงทุนหลายๆ ท่านทราบกันว่าหุ้นกู้ของปูนซีเมนต์ไทยมักให้สิทธิกับผู้ถือหุ้นกู้รายเดิมก่อน ดังนั้นนักลงทุนทั่วไปคงต้องใช้ความพยายามมากสักหน่อยในการซื้อในตลาดแรก อย่างไรก็ตามในช่วงปลายเดือนยังมีหุ้นกู้ของ LH ให้ได้จับจอง โดยคาดว่าจะเสนอขาย 6,000 ล้านบาท รวมถึงในเดือนพฤษภาคม จะมีหุ้นกู้ของเครือเจริญโภคภัณฑ์อีก 2 บริษัท ได้แก่ CPF มูลค่า 6,500 ล้านบาท และ TUC (บจ.ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น) มูลค่า 9,000 ล้านบาท

สำหรับนักลงทุนที่พลาดการช้อปหุ้นกู้ในช่วงแรกของปี ก็คาดว่าจะยังมีหุ้นกู้ออกใหม่อีกหลายตัวในช่วงครึ่งหลังของปี โดยต้นเดือนมิถุนายน จะมีหุ้นกู้ของกลุ่มค้าปลีกรายใหญ่อย่าง BJC ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนอีก 17,920 ล้านบาท และ CPALL มูลค่า 1,500 ล้านบาท

ส่วนหุ้นกู้เด่นที่คาดว่าจะออกในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมจะเป็นของกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกลุ่มพลังงาน เริ่มกันที่ DTN หรือดีแทคไตรเน็ต ที่จะถึงกำหนดไถ่ถอน 4,000 ล้านบาท และ TRUE มูลค่า 7,000 ล้านบาทรวมถึงบริษัทในเครือเดียวกันอย่าง TUC อีก 8,800 ล้านบาท สำหรับกลุ่มพลังงานจะเป็นหุ้นกู้ในกลุ่มน่าลงทุน เริ่มจากเรทติ้งของบริษัทที่ระดับ A ได้แก่ BCP (บางจาก) และ EA (บมจ.พลังงานบริสุทธิ์) ถัดมาในเดือนสิงหาคมคือ BANPU เรทติ้ง A+ และหุ้นกู้ที่หลายคนรอคอยนั่นคือ PTTC ที่มีเรทติ้งสูงสุดคือระดับ AAA จะครบกำหนดไถ่ถอน 4,118 ล้านบาท ซึ่งปีนี้คงต้องลุ้นกันหนักอีกครั้งว่า ปตท. จะยอมใจอ่อนหรือยัง เพราะในปี 2562 ที่ผ่านมา ปตท. ไม่ได้ออกหุ้นกู้รุ่นใหม่ทดแทนรุ่นเดิมที่ครบกำหนด

ไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 หุ้นกู้ของผู้ออกรายใหญ่ๆ ก็น่าจะมีออกมาให้นักลงทุนซื้อกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกู้ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้แก่ CPALL มูลค่า 10,790 ล้านบาทในเดือนตุลาคม และ CPF มูลค่า 6,700 ล้านบาทในเดือนพฤศจิกายน รวมไปถึงหุ้นกู้ของบริษัทในเครือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้แก่ LH มูลค่า 6,000 ล้านบาท และกลุ่มขนส่งอย่างบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป (BTSG) ที่ในปี 2562 ได้ออก Green bond เป็นรายแรกของไทย ก็น่าจะออกหุ้นกู้รุ่นใหม่มาทดแทนรุ่นเก่า และยังมีหุ้นกู้จากปูนซีเมนต์ไทยที่จะออกอีกรอบในเดือนพฤศจิกายน รวมถึง ปตท. ที่ต้องลุ้นกันอีกครั้งในช่วงส่งท้ายปีว่าจะออกหุ้นกู้ใหม่ในปีนี้หรือไม่

รู้ไทม์ไลน์คร่าวๆ กันแล้ว นักลงทุนที่เล็งหุ้นกู้ของบริษัทใดไว้ก็สามารถเตรียมเงินให้พร้อม แล้วอย่าลืมเฝ้าหน้าฟีด Facebook ThaiBMA เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลและข่าวสารของหุ้นกู้ออกใหม่ในแต่ละช่วงนะคะ

All Blogs