• Posted by:

    ThaiBMA
  • Posted on:

    Mar. 28, 2019
Bond Yield ของไทยจะติดเชื้อ Inverted Yield Curve จากสหรัฐฯไหม

ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาประเด็นInverted yield curve จากทางสหรัฐฯหรือสภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในช่วงสั้นสูงกว่าช่วงอายุยาวกลับมาเป็นTalk of the town ในตลาดการเงินโลกอีกครั้งหลังจากผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อวันที่ 20 มี.ค. สรุปให้คงอัตราดอกเบี้ยและน่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกในปีนี้จากเดิมที่มองว่าอาจจะมีการปรับขึ้น 1-2 ครั้งนอกจากนี้ยังมีการปรับลดคาดการณ์จีดีพีและอัตราเงินเฟ้อจึงทำให้ตลาดคาดการณ์ถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯสร้างความกังวลแก่ตลาดการเงินโลก

Inverted yield curve ของสหรัฐฯที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ10 ปีกับ3 เดือนและรุ่นอายุ10 ปีกับ6 เดือนที่มีทิศทางติดลบเพิ่มมากขึ้นจากวันศุกร์ที่ผ่านมาจนถึงเมื่อวานนี้โดยรุ่น10ปี-3เดือนติดลบ2-5 bps. และรุ่นอายุ10ปี-6เดือนติดลบ4-8 bps. ซึ่งครั้งล่าสุดที่เกิดเหตุการณ์Inverted Yield Curve แบบนี้คือเมื่อไตรมาส3 ปี2007 ที่เศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะถดถอยสำหรับส่วนต่างของอายุ10 ปีและ2 ปีแม้ว่าจะยังมีค่าเป็นบวกแต่ก็ควรติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิดเพราะส่วนต่างดังกล่าวแคบลงเรื่อยๆ

และจากข้อมูลในอดีตพบว่าถ้าส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ 10 ปีกับ 3 เดือนและรุ่นอายุ 10 ปีกับ 2 ปีมีค่าติดลบต่อเนื่องกันมากกว่า 6 เดือนและ 9 เดือนขึ้นไปตามลำดับจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่มีน้ำหนักถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่จะทำให้เฟดต้องปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย

Inverted yield curve ของสหรัฐฯที่กำลังเกิดขึ้นนี้ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของหลายประเทศปรับลดลงทำสถิติใหม่ในรอบหลายปีเช่นผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของเยอรมนีอายุ10 ปีลดลงไปต่ำกว่าศูนย์เป็นครั้งแรกในรอบ2 ปี5 เดือนและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของญี่ปุ่นอายุ10 ปีก็แตะระดับต่ำสุดในรอบ2 ปี

ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยณปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณของInverted yield curve ดังกล่าวแม้ว่าในช่วงเวลาเดียวกันคือปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงเมื่อวานผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะมีการปรับตัวลดลงราว 1-7 bps ในรุ่นอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไปทำให้กล่าวได้ว่าจนถึงตอนนี้สภาวะInverted yield curve ของสหรัฐฯส่งผลกระทบต่อตลาดตราสารหนี้ไทยในเชิงMarket sentiment ที่ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนน้ำหนักการลงทุนเท่านั้นแต่ก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้เพราะส่วนต่างที่ติดลบอย่างยาวนานในอดีตนำมาซึ่งบทสรุปที่ไม่สวยงามนัก

All Blogs