Education Corner

  • Posted by:

    ThaiBMA
  • Posted on:

    Nov. 21, 2017
มีเงิน 5,000 บาท ลงทุนหุ้นกู้ได้ไหมนะ?

นักลงทุนหลายๆท่านที่ติดตามบทความของThaiBMAก็คงได้ศึกษาเกี่ยวกับตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนกันมาพอสมควรแล้ว ข้อดีหลายประการของตราสารหนี้ที่ทำให้หุ้นกู้เป็นที่สนใจแก่นักลงทุนรายย่อยหลายๆ ท่าน ได้แก่ ความเสี่ยงต่ำกว่าตราสารทุน (หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ์ และกองทุนตราสารแห่งทุน) แต่ได้รับผลตอบแทนแน่นอนในอัตราที่สูงกว่าเงินฝากธนาคาร สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ และเลือกลงทุนได้ตามความต้องการไม่ว่าระยะสั้นหรือระยะยาวในส่วนของตราสารหนี้ภาครัฐ พันธบัตรออมทรัพย์ที่มีขั้นต่ำในการลงทุนเพียง 1,000บาทก็ไม่เป็นที่ข้องใจอะไรแต่การลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนนั้นมักใช้เงินลงทุนขั้นต่ำค่อนข้างสูง แล้วเด็กจบใหม่ เพิ่งเริ่มทำงาน หรือนักลงทุนทั่วไปที่ไม่มีเงินก้อนใหญ่ แต่ต้องการลงทุนในหุ้นกู้จะทำอย่างไร จะลงทุนได้ไหมนะ?

คำตอบก็คือ ได้แน่นอนค่ะ แต่อาจจะไม่ใช่ลักษณะของการลงทุนทางตรงที่นักลงทุนซื้อหุ้นกู้ที่สนใจสะสมไว้เอง แต่จะเป็นลักษณะของการลงทุนทางอ้อมผ่านผู้เชี่ยวชาญอย่างกองทุนรวมตราสารหนี้ ถือเป็นวิธีที่เหมาะกับนักลงทุนรายย่อยทั่วไป ที่ช่วยให้นักลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงทั้ง 2 มิติพร้อมๆ กันคือ กระจายความเสี่ยงไปยังหุ้นกู้หลายๆ รุ่น และเป็นการกระจายความเสี่ยงในเรื่องของจังหวะเวลาการซื้อขายแทนนักลงทุน โดยในปัจจุบันมีกองทุนรวมตราสารหนี้ให้นักลงทุนได้เลือกลงทุนกันหลายประเภท สามารถแบ่งนโยบายการลงทุนตามแบบของสำนักงานก.ล.ต. ได้ดังนี้ค่ะ

1) กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หรือตราสารหนี้อายุสั้นๆ ไม่เกิน1ปี อัตราผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์นิดหน่อยมีความเสี่ยงต่ำที่สุด เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยงหรือเป็นเงินก้อนที่มีวัตถุประสงค์การใช้เงินแล้วแน่นอนในอนาคต

2) กองทุนรวมตราสารหนี้ (Fixed Income Fund) คือ กองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง บัตรเงินฝาก ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ เป็นต้น ทำให้มีความเสี่ยงในระดับต่ำเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้หลากหลายประเภทเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้สูงขึ้น โดยสามารถเลือกระดับความเสี่ยงได้จากนโยบายการลงทุนของกองทุนว่ากระจายการลงทุนไปตราสารหนี้ประเภทใดบ้าง ตราสารหนี้ต่างประเทศในสัดส่วนเท่าใด

3) กองทุนรวมผสม (Balanced Fund) คือ กองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารทุน ไม่เกินร้อยละ 65 และไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ดังนั้น กองทุนรวมผสมจะลงทุนทั้งในตราสารทุนและตราสารหนี้ มีอัตราผลตอบแทนสูงขึ้นพร้อมๆ กับความเสี่ยงที่สูงขึ้นเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนทั้งในตราสารทุนและตราสารหนี้ ต้องการผลตอบแทนสูงขึ้นและสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น

4) กองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Fund) คือ กองทุนรวมที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จัดตั้งโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)อื่น และใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวม มีการกระจายความเสี่ยงมากขึ้นเพราะกระจายการลงทุนไปหลายกองทุน และหลายบลจ. เหมาะกับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนที่สุด

นอกจากนี้ในปัจจุบันบาง บลจ. มีการเสนอกองทุนที่มีกำหนดอายุโครงการ ที่เรียกกันว่า Term Fund เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีอายุโครงการชัดเจนตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน หรือ 1 ปี ผู้ลงทุนจะซื้อขายได้เฉพาะช่วงเวลาที่กำหนดไว้เท่านั้น มีนโยบายการลงทุนคือ ร้อยละ 80 ของมูลค่ากองทุนจะนำไปลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะเน้นบริหารกองทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากประจำ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับช่องทางการลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้นำเสนอไป สิ่งสำคัญของการลงทุนตราสารหนี้คือ เลือกนโยบายการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตัวเอง และประเภทของกองทุนว่าเป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นหรือระยะยาว โดยในช่วงทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ก็ให้เลือกกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นๆ แต่ถ้าในช่วงทิศทางดอกเบี้ยขาลงก็ต้องเลือกกองทุนตราสารหนี้ระยะยาวๆ แล้วพยายามลงทุนให้สม่ำเสมอเป็นประจำซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงไปในตัว โดยไม่ต้องเลือกช่วงจังหวะเวลาการเข้าลงทุนเหมือนลงทุนในหุ้นสนใจกองทุนประเภทไหนอย่าลืมศึกษานโยบายการลงทุนของกองทุนให้ดีก่อน แล้วลงทุนกันเลยค่ะ

All Blogs