จับตาหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
  • Posted by:

    ThaiBMA
  • Posted on:

    Dec 17, 2018
จับตาหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น

อัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปีหน้า จากการทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก ในขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% มากว่า 3 ปีแล้ว ล่าสุดก็ได้ส่งสัญญาณของการปรับขึ้นดอกเบี้ยเช่นกัน ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นแบบนี้จะมีผลกระทบถึงธุรกิจภาคเอกชนที่ออกหุ้นกู้และครบกำหนดไถ่ถอนในปีนี้มากน้อยแค่ไหน

จากข้อมูลตราสารหนี้ที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย พบว่าหุ้นกู้เอกชนที่จะครบกำหนดอายุไถ่ถอนในปี 2019 มีมูลค่ารวมประมาณ 568,000 ล้านบาท หรือราว 16 % ของมูลค่าคงค้างตลาดหุ้นกู้ซึ่งเท่ากับ 3.5 ล้านล้านบาทในปัจจุบัน ถือว่ามีมูลค่าสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมาเนื่องจากการเติบโตของตลาดตราสารหนี้

แต่เมื่อพิจารณาคุณภาพ ความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนเหล่านี้ พบว่าส่วนใหญ่คือ 94% หรือ 5.25 แสนล้านบาทเป็นหุ้นกู้ที่มีเรทติ้ง ตั้งแต่ Investment grade ขึ้นไป โดยเป็นหุ้นกู้ที่มีเครดิตค่อนข้างสูงคือ A- ขึ้นไปถึงเกือบ 80% หรือ 4.5 แสนล้านบาท และหุ้นกู้ที่ได้อันดับ BBB-, BBB, BBB+ อีก 14% หรือ ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือเพียง 7% หรือประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาทเป็นหุ้นกู้ไม่มีเรทติ้งหรือมีเรทติ้งต่ำกว่า Investment grade ซึ่งในกลุ่มนี้ประมาณ 43% (1.95 หมื่นล้านบาท) อยู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์

เนื่องจากหุ้นกู้ส่วนใหญ่ที่จะครบกำหนดเป็นหุ้นกู้ที่มี Rating ค่อนข้างสูง ผู้ออกมีสถานะการเงินที่แข็งแรงและนักลงทุนให้ความสนใจ หากบริษัทออกจำหน่ายหุ้นกู้รุ่นใหม่เพื่อทดแทนรุ่นเดิม (Roll over) ประกอบกับสภาพคล่องในระบบการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง Demand จากนักลงทุนน่าจะยังมีมาก ทำให้ความเสี่ยงของการ Rollover ในปีนี้ค่อนข้างต่ำ แม้ว่าหุ้นกู้ออกใหม่อาจจะต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้นทำให้ผู้ออกมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นก็ตาม สำหรับหุ้นกู้ไม่มีเรทติ้งหรือเรทติ้งต่ำกว่าระดับน่าลงทุนซึ่งมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย ก็อาจต้องเสนออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอีกและอาจต้องออกในรูปแบบหุ้นกู้มีประกันเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถนำที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างมาจำนองเป็นหลักประกันเพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุน และบางส่วนก็อาจจำเป็นต้องหันกลับไปพึ่งพาสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

ดังนั้น ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจึงไม่น่ามีผลกระทบต่อการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยมากนัก อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่อาจต้องจับตามองมากกว่าอาจเป็นเรื่องของสงครามการค้าซึ่งอาจก่อให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินได้มากกว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

Green bond

All Blogs