• Posted by:

    ThaiBMA
  • Posted on:

    OCT. 2, 2026
เมื่อ Biodiversity กลายเป็น KPI: ความหลากหลายทางชีวภาพในพันธบัตรรัฐบาล SLB

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้ออกพันธบัตรรัฐบาลส่งเสริมความยั่งยืน (Government Sustainability-Linked Bond: SLB) รุ่นใหม่ (SLB425A) อายุ 15 ปี 6 เดือน วงเงิน 25,000 ล้านบาท โดยความน่าสนใจของพันธบัตรรัฐบาลรุ่นนี้คือ เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลในเอเชีย นำเป้าหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) มาเชื่อมโยงกับอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) คืออะไร

ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) คือ การที่สิ่งมีชีวิตนานาชนิดทั้งพืช สัตว์ แมลง และจุลินทรีย์อาศัยอยู่ร่วมกันตามธรรมชาติ หากความหลากหลายทางชีวภาพลดลงหรือสิ่งมีชีวิตบางชนิดสูญหาย ย่อมส่งผลต่อความสมดุลของระบบนิเวศ และจะกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร แหล่งน้ำ และการดำรงชีวิตของมนุษย์ในที่สุด ดังนั้น การดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องดำเนินการในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนควบคู่กับการอนุรักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการดำรงชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว

จากเป้าหมายระดับโลกสู่ตัวชี้วัดทางการเงิน

ในปี 2022 ประเทศภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ร่วมกันรับรองกรอบงาน คุนหมิง–มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework: KM-GBF) โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ Target 3 หรือที่เรียกกันว่า “เป้าหมาย 30x30” ที่ มุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่บนบก แหล่งน้ำ และพื้นที่ทางทะเลและชายฝั่ง ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ในระดับโลก

ประเทศไทยได้นำกรอบ KM-GBF มาจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ (NBAP 2023–2027) และกำหนดเป้าหมายระดับชาติว่า ภายในปี 2030 ประเทศไทยต้องเพิ่มพื้นที่คุ้มครอง (Protected Areas) และพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-based Conservation Measures: OECMs) ทั้งบนบกและในทะเล ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30

เป้าหมายดังกล่าวถูกนำมาเชื่อมโยงกับตลาดตราสารหนี้ โดย สบน. กำหนดให้ SLB รุ่นใหม่มีตัวชี้วัดด้าน Biodiversity ควบคู่กับเป้าหมายด้านการลดก๊าซเรือนกระจก ดังนี้

· ตัวชี้วัด (KPI 2): พื้นที่คุ้มครองและพื้นที่ OECMs ของประเทศไทย

· เป้าหมาย (SPT 2): การมีพื้นที่คุ้มครองและพื้นที่ OECMs ของประเทศไทย ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 ภายในปี 2030

· กลไกผลตอบแทน: หากสามารถทำได้ตามเป้าหมายนี้ อัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับลง (Step-Down) 2.5 bps ต่อปี แต่หากทำไม่ได้ อัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับขึ้น (Step-Up) 2.5 bps ต่อปี

OECMs คือพื้นที่แบบใด

OECMs (Other Effective Area-based Conservation Measures) คือ พื้นที่ที่อยู่นอกเขตพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมาย แต่มีการบริหารจัดการที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างพื้นที่ OECMs เช่น พื้นที่ของมหาวิทยาลัย พื้นที่ป่าชุมชน หรือพื้นที่ของภาคเอกชนที่มีการดูแลและอนุรักษ์ระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยกำลังพัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพให้เข้าสู่ระบบ OECMs เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย 30x30 ของประเทศต่อไป

Biodiversity ในตลาดทุนโลก

การนำเป้าหมายด้าน Biodiversity มาเป็นตัวชี้วัดทางการเงินกำลังได้รับความสนใจทั่วโลก ตัวอย่างการออก SLB ในลักษณะนี้ เช่น

· รัฐบาลอุรุกวัย ที่ในปี 2022 นับเป็นรัฐบาลแรกของโลกที่ออกพันธบัตรรัฐบาล SLB โดยกำหนดตัวชี้วัดในการรักษา "สัดส่วนพื้นที่ป่าพื้นเมือง (Native Forest Area)" เพื่อรับประกันว่าการพัฒนาประเทศจะไม่ทำลายระบบนิเวศดั้งเดิม

· Klabin บริษัทผลิตเยื่อกระดาษรายใหญ่ของบราซิล ที่ในปี 2021 ได้ออก SLB โดยใช้ KPI ที่วัดผลจาก "การนำสายพันธุ์สัตว์ป่าพื้นเมืองที่ถูกคุกคามหรือใกล้สูญพันธุ์กลับคืนสู่ธรรมชาติ อย่างน้อย 2 ชนิด"

จากตัวอย่างเหล่านี้จะเห็นว่า Biodiversity สามารถถูกแปลงจากเป้าหมายด้านธรรมชาติให้เป็น ตัวชี้วัดที่วัดผลและติดตามได้ และเชื่อมโยงกับกลไกทางการเงินได้

การออก SLB รุ่นใหม่ของรัฐบาลไทยจึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพมาเชื่อมโยงกับตลาดตราสารหนี้ และเปิดโอกาสให้ตลาดทุนมีส่วนสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ และระบบนิเวศของประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

All Blogs